กรองอากาศ ไส้กรองอากาศ กรองอากาศรถยนต์ หม้อกรองอากาศ

กรองอากาศ

กรองอากาศ มีหน้าที่กรองฝุ่นละอองออกจากอากาศ เพื่อให้ได้อากาศที่สะอาดไหลผ่านคาร์บูเรเตอร์ ฝุ่นละอองที่มีอยู่ในอากาศจะทำความเสียหายให้กับเครื่องยนต์เป็นอย่างมาก คือ เครื่องยนต์จะมีความสึกหรอสูง ถ้าอากาศที่มีฝุ่นละอองถูกดูดเข้าไปในเครื่องยนต์

หม้อกรองอากาศ ที่ใช้กันอนู่ในปัจจุบันมี 2 แบบคือ

  1. หม้อกรองอากาศแบบแห้ง หม้อกรองอากาศแบบนี้ทำด้วยกระดาษพับซ้อนกันเป็นจีบเพื่อเพิ่มพื้นที่ของกระดาษให้มากขึ้นในการช่วยกรองอากาศ และจะมีตะแกรงลวดอยู่ภายในเพื่อป้องกันไม่ให้กระดาษล้มหรือยุบตัว
  2. หม้อกรองอากาศแบบเปียกหม้อ กรองอากาศ นี้ประกอบด้วยไส้กรองซึ่งทำมาจากฝอยเหล็กและอ่างน้ำมันเครื่องสำหรับดักฝุ่นละอองการทำงานของระบบนี้คือ เมื่ออากาศถูกดูดผ่านหม้อกรอง จะผ่านน้ำมันเครื่อง ฝุ่นละอองจะถูกน้ำมันเครื่องดักเอาไว้ อากาศแห้งก็จะถูกดูดเข้าไปในคาร์บูเรเตอร์

วิธีบำรุงรักษาไส้กรองอากาศแบบแห้ง

  • เปิดฝาบริเวณที่เก็บหม้อ กรองอากาศ ซึ่งจะอยู่บริเวณด้านหน้าของรถยนต์ไกล้กับตัวเครื่องยนต๋
  • คลายน็อตยึดต่างๆ แล้วค่อยๆนำไส้กรองอากาศออกมา
  • ถ้ามีที่เป่าลม ให้ใช้แรงลมเป่าจากรูไส้กรองบริเวณด้านใน เป่าออกมาทางด้านนอกให้ฝุ่นละอองออกมาให้หมด
  • ในกรณีที่ไม่มีเครื่องเป่าลม ให้ใช้เคาะกับพื้นโดยให้ด้านแขนขนานกับพื้น แล้วค่อยๆกระแทกกับพื้นให้ฝุ่นละอองหลุดออกมา

วิธีบำรุงรักษาไส้กรองอากาศแบบเปียก

  • การดูแลรักษาหม้อกรองอากาศแบบเปียกมีความยุ่งยากและต้องใช้เครื่องมือหลายชนิด พร้อมทั้งต้องมีความชำนาญเป็นอย่างมาก ฉะนั้นจึงควรเป็นหน้าที่ของช่างจะดีกว่า
  • การดูแลนั้นควรทำทุก 2,500 กิโลเมตร และเปลี่ยนไส้กรองทุก 10,000 กิโลเมตร

ในรถยนต์ทั่วๆไปแล้วจะใช้ กรองอากาศ แบบแห้งเป็นส่วนใหญ่ เพราะง่ายต่อการดูแลรักษาและราคาถูกกว่า ไส้กรองอากาศแบบเปียกจะใช้กันน้อย การจะเปลี่ยนไส้กรองนั้นต้องทำด้วยความนิ่มนวล เพราะถ้ากระดาษของไส้กรองรถยนต์ขาด จะทำให้ประสิทธิภาพในการกรองอากาศทำได้ไม่เต็มที่ และถ้าไส้กรองอากาศชำรุดมากๆควรจะหาซื้อเปลี่ยนใหม่เลยนะครับ

http://iplaynew.com