การดูแลรักษารถยนต์ ในหน้าฝนควรดูให้ดี ว่ามีอะไรต้องเปลี่ยน

 การดูแลรักษารถยนต์


การดูแลรักษารถยนต์ ในหน้าฝนเพื่อความปลอดภัย

ปัจจุบันคนที่ใช้รถยนต์ส่วนใหญ่จะนำรถเข้าศูนย์บริการมากขึ้นเพื่อ การดูแลรักษารถยนต์ ได้ทั่วถึง สะดวกและรวดเร็วกว่า เนื่องจากไม่มีเวลา โดยจะนำรถยนต์เข้าศูนย์บริการตามระยะเวลาที่ศูนย์กำหนด เพื่อความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานของตัวรถ

แต่ผู้ขับก็ควรดูแลรถยนต์ คอยสังเกตโดยเฉพาะหน้าฝน เนื่องจากน้ำฝนที่ตกลงมาทำให้อุปกรณ์เครื่องยนต์ลดประสิทธิภาพการทำงานลงได้ การดูแลรักษารถยนต์ ทำได้ด้วยการสังเกตอุปกรณ์ต่างๆ ถ้ามองว่าอาจเกิดอันตรายได้ให้รีบเปลี่ยนทันที



ยางรถยนต์

ควรสังเกตทุกวัน สังเกตดีๆ ก่อนขับรถออกนอกบ้าน เพราะยางรถยนต์มีการสึกหรอบ่อยครั้ง เนื่องจากเราต้องขับออกถนน ซึ่งมีทั้งถนนดี ถนนขรุขระ ถนนลูกรัง เป็นผลให้ยางรถยนต์หมดประสิทธิภาพ ต้องเปลี่ยนยางเส้นใหม่

ยางที่มีประสิทธิภาพหน้ายางต้องมีความหนาที่เหมาะสม   และต้องเช็คลมยางด้วย เพื่อยืดอายุการใช้งาน รวมทั้งการสลับยางตามเวลาที่ศูนย์แนะนำ เพื่อกระจายการสึกหรอของยาง ถือเป็น การดูแลรักษารถยนต์ ให้ใช้งานไปได้เรื่อยๆและเพื่อความปลอดภัยด้วย

ที่ปัดน้ำฝน

ควรสังเกตการทำงานของที่ปัดน้ำฝน ต้องเปลี่ยนเมื่อเสื่อมการใช้งาน เนื่องจากยางที่ปัดน้ำฝนจะเสียดสีกับกระจก ทำให้ยางเสื่อมลงได้

รวมทั้งจอดรถยนต์ตากแดดนานๆก็ทำให้ยางเสื่อมได้เหมือนกัน โดยสังเกตจากเสียงขณะที่ปัดน้ำฝนทำงาน ถ้าเกิดเสียงดังแสดงว่ายางเสื่อมแล้ว

ดังนั้นควรดูแลรถยนต์ให้ดี เพราะที่ปัดน้ำฝนถือเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยในการมองเห็น เมื่อขับรถขณะฝนตกหนัก

เบรค

ผู้ขับควรสังเกตการทำงานของเบรครถยนต์ด้วย ว่าใช้การได้ดีหรือไม่ เหยียบเบรกแล้วเบรกจม เบรกไม่ค่อยอยู่ แสดงว่าผ้าเบรกที่ล้อสึก ควรเปลี่ยนทันทีเพราะอันตรายมาก ยิ่งขับในหน้าฝนก็ยิ่งอันตราย เนื่องจากน้ำฝนจะทำให้ผ้าเบรคเสื่อมประสิทธิภาพลงได้

การดูแลรักษารถยนต์ โดยการสังเกตอุปกรณ์ต่างๆที่เป็นตัวขับเคลื่อนรถยนต์ ว่ายังใช้การได้ดี มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ใช้งานได้นาน เราควรหมั่นดูแลรถยนต์ ไม่ใช่แค่หน้าฝนเท่านั้น

ในช่วงหน้าฝนก็ควรขับรถอย่างระมัดระวัง ฝนตกก็ควรลดความเร็ว ขับช้าลง เว้นระยะห่างจากคันหน้าให้เหมาะสม  รวมทั้งดูแลรถยนต์ดังที่กล่าวมาเพื่อความปลอดภัย

แนะนำข้อมูลโดย iplaynew.com