ขับรถไปชน….แต่ไม่มีใบขับขี่ประกันจะรับผิดชอบไหม กับบทความรถยนต์ ดีๆ ที่ไม่ควรพลาด

ประกันรถยนต์ ที่น่าสนใจ
บทความดีๆเกี่ยวกับ ประกันรถ

ขับรถไปชน….แต่ไม่มีใบขับขี่ประกันจะรับผิดชอบไหม?

ในปัจจุบันหลายคนขับรถยนต์ได้  แต่ไม่มีใบขับขี่  หรือมีรถยนต์เป็นของตัวเองแต่ไม่มีใบขับขี่เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ก็โทรเรียก ประกันรถมา  แต่ด้วยความที่ว่าไม่มีใบขับขี่จึงคิดว่าไม่สามารถที่จะเคลมได้   จึงทำให้หลายๆคนที่ไม่มีใบขับขี่ยัดเงินพนักงานเคลม  บางคนก็เปลี่ยนคนขับ   ซึ่งในวันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับเรื่องนี้กันค่ะ

ที่จริงแล้ว การเกิดอุบัติเหตุที่จะต้องใช้ขับขี่นั้น มีเพียงกรณีเดียวเท่านั้นก็ คือ  เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว  เจ้าของรถหรือคนทำประกันภัยรถยนต์ต้องการที่จะนำรถไปซ่อมรถด้วยตัวเองเท่านั้น  นอกนั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ใบขับขี่ค่ะ  พูดไปแล้วอาจจะไม่เห็นภาพ มีกรณีตัวอย่างมาให้ดูกันค่ะ

ในกรณีที่ทำ ประกันภัยรถยนต์ขั้น 1  เอาไว้  แล้วเกิดเอาไปรถไปชนรถหรือทรัพย์สินคนอื่นจนได้รับความเสียหาย   ซึ่งไม่ว่าจะเป็นกรณีอะไรก็ตาม  ประกันภัยรถยนต์จะต้องรับผิดชอบคู่กรณีแทนเราทุกกรณี   ไม่ว่าเราจะนำรถไปชนรถ ชนรั้วบ้าน ชนคน ชนอะไรก็ได้ที่เป็นทรัพย์สินของคนอื่น    และไม่ว่าเราหรือผู้ขับขี่รถจนไปประสบอุบัติเหตุจะมีใบขับขี่หรือไม่ บริษัทประกันจะต้องจ่ายหมด    แต่สิ่งที่แตกต่างระหว่างการ  “ มีใบขับขี่”   กับ “ไม่มีใบขับขี่”คือ  ถ้าเราไม่มีใบขับขี่ทาง บริษัทประกันภัยรถยนต์ จะไม่ซ่อมรถให้เฉพาะรถเราเพียงคันเดียวเท่านั้น   แต่ถ้าเรามีใบขับขี่แล้วขับรถไปชนท้ายคนอื่น ทางบริษัทประกันก็จะทำการซ่อมรถให้ทั้ง 2 คัน  ส่วนในกรณีที่ไม่มีประกันภัยรถยนต์ก็จะซ่อมแต่รถคู่กรณีไม่ซ่อมรถเรา

ส่วนกรณีต่อมาก็คือ  ในกรณีที่เราเปิดเคลมแห้ง  หรือไม่มีคู่กรณี   ใครที่ทำ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เอาไว้แล้วอย่าปล่อยสิทธิให้เสียไป  หากรถของเรามีรอยขีดข่วน  หรือบางครั้งโดนสะเก็ดหิน อยากได้สีใหม่  เพียงแค่เราใช้บุคคลที่มีใบขับขี่ จากนั้นก็โทรแจ้งขอเคลมสีของรถก็ได้แล้วค่ะ

เมื่อพูดถึงประกันชั้น 1 ไปแล้วก็มีพูดถึงคนที่ทำ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 -3 ธรรมดากันบาง   เห็นแบบนี้ก็ไม่ต้องกังวลนะค่ะ  เพราะไม่ว่าเราจะขับรถไปชนกับอะไรก็ตาม   ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีใบขับขี่ประกันก็รับผิดชอบเช่นกันค่ะ  โดยทางบริษัทประกันจะทำการรับผิดชอบทั้งหมด  ยกเว้นก็ต่อเมื่อ กรณีที่รถเกิดการสูญหายหรือไฟไหม้  ในกรณีนี้จำเป็นที่จะต้องมีใบขับขี่   และส่วนใครที่มีรถแล้วทำ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2-3 พลัส หรือ ประเภท 5 นั้น  ก็จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับประกันชั้น 1  แต่จะแตกต่างตรงที่ว่า  จะต้องเป็นกรณีที่รถชนรถ รถที่มีป้ายทะเบียนเท่านั้น   หากเป็นการชนกับรถจักรยาน  ซาเล้ง  ไม่เกี่ยวรถชนรถ   ซึ่งหากมีใบขับขี่ก็สามารถซ่อมได้ทั้งคู่  หรือถ้าไม่มีก็ซ่อมเฉพาะทรัพย์ที่เราชน

ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเห็นได้ว่าบางครั้งใบขับขี่ก็ไม่จำเป็นสำหรับการนำมาใช้ในการเคลมประกัน แต่ทางที่ดีมีใบขับขี่ไว้ก็ดี เพราะนอกจากจะทำให้เวลาเคลมจะสะดวกแล้ว  ยังปลอดภัยในกรณีที่ไม่ต้องผิดกฎจราจรและเสียค่าปรับอีกด้วย