รถเสีย ควรใช้บริการ รถลาก หรือ รถยก?

รถเสียควรใช้บริการ รถลาก หรือ รถยก?

         ผู้ขับรถยนต์หลายคน ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หัดขับ หรือผู้มีประสบการณ์ ก็ต้องเคยเจอปัญหา รถเสียกลางทาง ขับรถไปอยู่ดีๆก็ดับซะงั้น  ไปต่อก็ไม่ได้ ซ่อมเองก็ไม่ได้ อู่ซ่อมก็ไม่มี อาจเกิดจากน้ำมันหมด  แบตเตอรี่หมด  ยางแตก เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้ทำให้ต้องการความช่วยเหลือในการนำรถเสียไปอู่ซ่อม แต่ก็ไม่รู้ว่าควรใช้บริการ รถลาก หรือ รถยกดี เพราะบริการทั้งสองอย่างก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน อยู่ที่เจ้าของรถต้องการแบบไหน เรามาดูกันดีกว่า ว่าบริการรถลาก กับ รถยก ต่างกันอย่างไร จะได้ตัดสินใจได้ว่าควรใช้บริการแบบไหน

ใช้บริการ รถยก หรือ รถลาก

รถเสีย,รถลาก,รถยก

รถยก 

บริการ รถยก หรือ รถสไลด์เหมาะสมกับรถที่เสียหายอย่างหนัก เป็นซากรถไม่สามารถขับเคลื่อนได้ จึงใช้รถลากไม่ได้  และเหมาะกับรถที่ต้องขับเคลื่อน 4 ล้อ ส่วนใหญ่คนจะใช้บริการรถยกเพราะ รถเสีย อยู่กลางทางอาจอยู่นอกเมืองที่อู่ซ่อมห่างออกไปไกลหลายกิโล ข้อดีของรถยก คือช่วยปกป้องเครื่องยนต์ ข้อเสียคือราคาแพง

รถเสีย,รถลาก,รถยก

ขอขอบคุณรูปภาพจากyokrod

รถลาก

บริการ รถลาก เหมาะสมกับรถที่ขับเคลื่อน 2 ล้อ ไม่ว่าจะลากล้อหน้า หรือลากล้อหลัง ส่วนใหญ่คนจะใช้บริการรถลากในกรณีที่ รถเสีย ไม่ไกลจากอู่ซ่อม ข้อดีของการใช้บริการรถลาก คือ ราคาประหยัดกว่าใช้บริการรถยก แต่ข้อเสีย คือ เสี่ยงต่อเครื่องยนต์ ถ้าหากว่าใช้วิธีการลากรถไม่ถูกต้อง

     จะเห็นว่า บริการรถยก หรือรถลาก มีความแตกต่างกันชัดเจน รถยก ช่วยปกป้องเครื่องยนต์มากกว่า รถลาก แต่ค่าบริการก็สูงกว่ามากเช่นกัน อย่างไรก็ตามไม่ว่าคุณจะเลือกใช้บริการแบบไหน ก็ต้องดูหลายปัจจัย ได้แก่ รถเสียหายหนักมากไหม แล้วระยะทางไปอู่ซ่อมไกลแค่ไหน ที่สำคัญคือเงินในกระเป๋า เป็นต้น ผู้ที่ทำประกันรถยนต์ชั้น1 ก็สบายใจหน่อย เพราะประกันชั้น1 ส่วนใหญ่จะมีบริการเสริม มีรถลากหรือรถยกคอยมาบริการลากรถไปให้อู่ซ่อม ซึ่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ดังนั้นก็ลองติดต่อประกันของคุณดูก่อน

อุปกรณ์ติดรถยามจำเป็น

-สายพ่วงแบตเตอรี่ หากรถสตาร์ทไม่ติดอาจเกิดจากรถที่มีอายุมาก มีอาการแบตเสื่อม อุปกรณ์สายพ่วงแบตเตอรี่จึงขาดไม่ได้

-ยางอะไหล่สำรอง หากใช้งานรถหนัก ต้องเดินทางไกลตลอด ให้มียางสำรองไว้เพื่อป้องกัน ยางรั่ว ยางแบน ยางแตก จะได้เอามาใช้ทดแทน และหมั่นเช็คลมยางล้อทั้ง 4 ข้างทุก 3 เดือนด้วย

– มียางอะไหล่แล้ว ก็ต้องมีแม่แรงและเครื่องมือที่เอาไว้เปลี่ยนยางด้วย ถ้าไม่มีแม่แรงก็ไม่มีประโยชน์  เพราะ เราคงไม่สามารถยกรถทั้งคันเพื่อถอดล้อออกมาเปลี่ยนได้

-ป้ายสัญญาณเตือน หากรถเสียตอนกลางวันมันก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ถ้าหากรถคุณเกิดเสียตอนกลางคืน คุณควรมีป้ายสัญญาณเตือนด้วย เพราะรถคันอื่นที่ขับผ่านมาจะได้มาช่วยเหลือ หรือ หลบเลี่ยงได้ทัน เนื่องจากยามค่ำคืนแสงไฟน้อย รถที่ขับผ่านไปผ่านมาไม่ทันสังเกตเห็น อาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

-คู่มือประกันภัยและเอกสารเกี่ยวกับรถยนต์ ควรติดไว้ในรถ เวลาโทรแจ้งเคลมประกันกับบริษัทประกันรถยนต์ จะได้ดำเนินการได้รวดเร็ว เพราะเจ้าหน้าที่เขาจะขอดูรายละเอียดเอกสารประกัน หรือเอกสารรถยนต์เพื่อใช้ประกอบการเคลมรถยนต์

รถเสีย โทรแจ้ง

-ถ้ารถเสียควรโทรแจ้งบริษัทประกันรถยนต์ หรือโบรกเกอร์ประกันรถยนต์ ที่คุณทำประกันไว้  เพื่อบอกปัญหาหรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ทางบริษัทประกันจะได้ส่งเจ้าหน้าที่เคลม และส่งบริการรถยกหรือรถลากมาช่วยเหลือคุณ ถ้าเป็นกรณีรถเสียเพราะอุบัติเหตุต้องให้เจ้าหน้าที่เคลมมาดูที่เกิดเหตุก่อน และอย่าแจ้งเคลมเท็จเด็ดขาด

-ถ้าเกิดคุณไม่มีประกัน หรือสถานที่ที่รถคุณเสียอยู่ห่างไกลจากคนในครอบครัว ญาติสนิทมิตรสหาย ไม่สามารถมาช่วยเหลือได้ ให้จำเบอร์ติดต่อฉุกเฉินยามรถเสีย 1.ตำรวจทางหลวงโทร. 1193    2.จส.100ศูนย์รับแจ้งอุบัติเหตุโทร.1137  3.สถานีวิทยุสวพ.91โทร.1644    4.สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกันโทร.1677

รถเสีย อาจเกิดขึ้นได้ตลอด ไม่ต้องตื่นตกใจ หากคุณมีอุปกรณ์ติดรถและสามารถเปลี่ยนมันด้วยตัวเองก็ทำเลย แต่ถ้าคุณไม่มี หรือไม่สามารถเปลี่ยนได้เนื่องจาก รถเสียหายหนัก  ก็ให้โทรแจ้งบริษัทประกัน หรือโทรเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน เพื่อให้เขาช่วยติดต่อบริการ รถลาก หรือรถยก เพื่อมาลาก รถเสียไปซ่อมที่อู่ 

ขอขอบคุณบทความจากfinance.rabbit

 

แนะนำข้อมูลโดยiplaynew.com