ล้างห้องเครื่องอย่างไรให้ปลอดภัยต่อรถ สิ่งที่สาวๆไม่เคยทำแน่ๆ อยากรู้เข้ามาอ่าน..

ล้างห้องเครื่องอย่างไรให้ปลอดภัยต่อรถ

ใกล้จะเข้าหน้าฝนเข้ามาทุกทีแล้วนะครับ ซึ่งหน้าฝนนี้ก็เป็นสาเหตุหลักอันหนึ่งที่ทำให้ห้องเครื่องของรถยนต์เกิดความสกปรกได้เป็นอย่างดี แล้วภายในห้องเครื่องนั้นก็ใช่ว่าจะทำความสะอาดกันได้ง่าย ๆ หลายคนจึงมักจะไม่ค่อยหมั่นทำความสะอาดกันสักเท่าไหร่ ไม่เหมือนล้างสีภายนอกที่ทำได้บ่อยตามต้องการ ห้องเครื่องของรถหลาย ๆ คันจึงสกปรกมากและสะสมจนทำความสะอาดยากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว ครั้นจะให้ร้านล้างรถทั่วไปล้างให้ก็กลัวว่าจะไปทำให้ระบบไฟเสียหาย

เจ้าของรถหลาย ๆ คน จึงต้องตัดสินใจลงมือเอง แต่ก็มีข้อควรระวังเพราะว่าในห้องเครื่องนั้นมีอุปกรณ์และชิ้นส่วนมากมายที่ไม่ถูกกับความชื้น เอาเป็นว่ามาติดตามเทคนิคการล้างห้องเครื่องด้วยตัวเองกันเลยดีกว่า แต่ถ้าทำจนเครื่องพัง บางทีก็ไม่รู้ว่า ประกันภัยรถยนต์ จะรับผิดชอบไหมนะ

เริ่มจากต้องรอให้เครื่องยนต์เย็นตัวลงเสียก่อน เพื่อป้องกันการหดตัวอย่างรวดเร็วของชิ้นส่วนที่เป็นโลหะจนเกิดความเสียหาย ซึ่งในห้องเครื่องมีชิ้นส่วนที่เป็นโลหะต่างชนิดกันอยู่หลายอย่าง เช่น เหล็ก อลูมิเนียมที่มีการสะสมความร้อนและการคลายความร้อนในอุณหภูมิที่ต่างกัน ดังนั้นหากถูกน้ำเย็น ๆ เข้าไปในทันทีก็จะทำให้ชิ้นส่วนเหล่านั้นเกิดการหดตัวไม่พร้อมกันจนอาจทำให้ชิ้นส่วนบิดงอหรือแตกเสียหายได้ ผลพลอยได้อีกอย่างก็คือมือของเราก็จะไม่ไปสัมผัสกับความร้อนจนพองด้วยครับ

บทความรถยนต์
ล้างรถยนต์ยังไงไม่ให้พัง

 

อีกอย่างหนึ่งที่ควรระวังก็คือการใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันในการฉีดล้างภายในห้องเครื่องโดยตรง เพราะจะทำให้น้ำแทรกซึมเข้าไปในขั้วหรือข้อต่อสายไฟต่าง ๆ รวมทั้งกล่องฟิวส์ จนเกิดการลัดวงจรได้ ควรใช้เพียงแค่สเปรย์ทำความสะอาดห้องเครื่องโดยเฉพาะหรือใช้น้ำยาทำความสะอาดผสมน้ำใส่ฟ๊อกกี้ฉีดพ่นแล้วใช้แปรงขัดถูทำความสะอาด จากนั้นให้ใช้ผ้าสะอาดเช็ดเสร็จแล้วเป่าลมให้แห้งอีกครั้ง หรืออาจใช้น้ำยาบางชนิดพ่นซ้ำเพื่อให้เกิดความเงางามก็ได้
การดูแลรักษาความสะอาดให้กับห้องเครื่องไม่ควรทำบ่อย ๆ และในการล้างแต่ละครั้งควรที่จะต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงเนื่องจากมีชิ้นส่วนที่มีความบอบบางอยู่หลายจุด เช่น สายไฟ ท่อยาง และควรต้องใช้ควรประณีตอย่างสูง และถ้าไม่อยากให้มีฝุ่นไปเกาะในห้องเครื่องก็ใช้เครื่องเป่าลมคอยเป่าฝุ่นออกอยู่เสมอก็ได้ครับ