เพราะอะไร..ทำประกันภัยชั้น 1 แล้วต้องเรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรก ถ้าไม่เข้าใจก็เข้ามาอ่าน

มีเรื่องราวดีๆ มาแชร์บอกต่อกัน
มีเรืองราวดีๆมากมายมาเล่าสู่กันฟัง กับสาระเน้นๆ

“เพราะอะไร..ทำประกันภัยชั้น 1 แล้วต้องเรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรก”  คำถามนี้เกิดขึ้นบ่อยสำหรับคนที่ทำ ประกันภัยรถยนต์  ที่เป็นเช่นก็เพราะว่า  ในกรมธรรม์ได้ระบุให้ผู้เอาประกันจะต้องรับค่าเสียหายส่วนแรกจากเหตุการณ์หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น   ถึงแม้ว่าในหน้าตารางจะไม่ได้ระบุในส่วนของค่าเสียหายส่วนแรกก็ตาม

ซึ่งในวันนี้เราขออธิบายสั้นๆถึงสาเหตุที่แท้จริงว่า  เพราะอะไรการ ประกันรถ ยนต์ของบ้านเราจึงต้องมีเบี้ยรับประกันในส่วนของรถยนต์   เมื่อนำมาเทียบกับอัตราการเคลมที่เกิดขึ้น + ค่าใช้จ่ายในบริษัท รวมกันแล้วผลคือเป็นลบ หรือจะเรียกสั้นง่ายๆว่า  “ ขาดทุนจากการรับ ประกันรถ ยนต์ ”  ดังที่เคยเห็นหลายๆบริษัทประกันภัยต้องปิดตัวลง  ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าเกิดจาการบริหารจัดการเรื่องความเสี่ยงได้ไม่ดี ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงส่งผลทำให้ทาง คปภ.จำเป็นที่จะต้องออกข้อกำหนดเงื่อนไขในการทำประกันภัย  เพื่อควบคุมอัตราการชดใช้สินไหมทั้งนี้ก็เพื่อให้บริษัทประกันภัยทั้งหลายสามารถดำรงอยู่ได้นั่นเอง แต่ก็ยังคำนึงถึงความเป็นธรรมต่อผู้เอาประกันด้วยเช่นกัน  โดยำนักงาน คปภ.ได้มีคำสั่งนายทะเบียนปรับปรุงเงื่อนไขความคุ้มครองความเสียหายของตัวรถยนต์ที่ทำ ประกันรถยนต์  โดยให้ผู้เอาประกันภัยรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกลดลงจากเดิมที่กำหนดไว้ 2,000 บาท เป็น 1,000 บาทของการเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้ง โดยให้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป

นอกจากนั้นจำนวนเงินค่าเสียหายในส่วนแรกที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบเองนั้น   ในเงื่อนไขของกรมธรรม์ ประกันรถ ยนต์ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า  ให้ผู้เอาประกันภัยรับผิดชอบต่อ อุบัติเหตุที่ เกิดขึ้นแต่ละครั้ง เพราะฉะนั้น หากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นครั้งเดียวแต่มีอุปกรณ์หลายชิ้นหรือหลายอย่างของรถได้รับความเสียหาย ผู้เอาประกันภัยก็รับผิดชอบค่าซ่อมเพียง 1,000 บาทเท่านั้น    ส่วนในกรณีที่จะไม่เรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรก มีดังต่อไปนี้  กรณีที่รถชนกับพาหนะอื่นและแจ้งรายละเอียดคู่กรณีได้  กรณีที่รถชนเสา/ชนประตู  ชนต้นไม้ยืนต้น /ชนเสาไฟฟ้า  ชนกำแพง  ชนคน  ชนสุนัข/ชนสัตว์  ชนฟุตบาท  กรณีรถพลิกคว่ำ  รถชนราวสะพาน   ชนกองดิน หรือชนหน้าผา  ชนป้ายจราจร และชนทรัพย์สินอื่นใดที่ยึดแน่นตรึงตรากับพื้นดิน และในกรณีเรียกเก็บค่าความเสียหายส่วนแรก  ได้แก่  กรณีที่รถถูกขีดข่วน/กลั่นแกล้ง   หินหรือวัสดุใดกระเด็นใส่รถ  เกิดการเฉี่ยวกิ่งไม้/สายไฟ/ลวดหนาม  รถตกหลุม / ครูดพื้นถนน/เหยียบตะปู / วัสดุมีคม /ยางฉีก  รถถูกละอองสี    กระจกรถแตก  กรณีเกิดการ ไถลตกข้างทางไม่พลิกคว่ำ  ถูกวัสดุในตัวรถกระแทก  กรณีภัยธรรมชาติ / น้ำท่วม  รถถูกสัตว์กัดแทะหรือขีดข่วน  ชนกับพาหนะอื่น  และกรณีอื่นๆ ที่ไม่สามารถแจ้งเหตุที่ชัดเจนได้