5 สิ่งไม่ควรทำในขณะขับรถ มีอะไรบ้างอยากรู้มาดูกัน

5 สิ่งไม่ควรทำในขณะขับรถ

ขับรถ อย่างไรที่จะออกไปให้ถึงจุดหมายนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยหากเราไม่มีความพร้อมไม่ว่าจะเป็น การพักผ่อนไม่เพียงพอ เจ็บป่วย มีอารมณ์ที่หงุดหงิด จิตใจเหม่อลอยเหล่านี้ ล้วนแต่จะทำให้การขับขี่นั้นทำได้ไม่เต็มที่ อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน หรือถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็ได้ครับ เพราะฉะนั้นกับผมจึงอยากให้เพื่อนๆ เริ่มสร้างความปลอดภัยให้กับตนเอง และผู้ใช้รถใช้ถนนด้วยการเตรียมความพร้อม ทั้งทางร่างกายและจิตใจด้วยหลักต่อไปนี้

ขับรภ

 

  • ง่วงไม่ขับ อาการง่วงหงาวหาวนอนนั้นอาจเกิดจากหลายสาเหตุเช่น ผู้ขับขี่รับประทานยาที่ออกฤทธิ์ทำให้ง่วง หรือขับรถเป็นเวลานานเมื่อยล้า อ่อนเพลีย เมื่อเกิดอาการง่วง ผู้ขับขี่จะไม่สามารถควบคุมรถได้ ร้ายที่สุดก็คือการหลับใน ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุจราจร ผู้ขับขี่ที่ง่วงนอนจะมีโอกาสหลับในประมาณ 3 ถึง 5 วินาที ทำให้รถปราศจากการควบคุม เป็นระยะทางประมาณ 100 เมตร ก่อให้เกิดอุบัติเหตุการชนในลักษณะประสานงากับรถที่วิ่งสวนมา หรือพุ่งชนสิ่งต่างๆ ซึ่งอาจจะเป็นเสาไฟหรือต้นไม้ หรือแม้กระทั่งคนเดินเท้า หากรู้สึกตัวว่าง่วงนอน  ควรแวะจอดพักบริเวณสถานีบริการน้ำมัน หรือจุดพักริมทางที่ปลอดภัย เพื่อล้างหน้า และพักหลับประมาณ 15 นาที ส่วนผู้ขับขี่ที่รับประทานยาที่ออกฤทธิ์ ทำให้ง่วงก็ไม่ควรขับรถ
  • เมาไม่ขับ อุบัติเหตุเมาแล้วขับ ไม่ใช่จะก่อปัญหา เฉพาะผู้ขับขี่เท่านั้น แต่ยังส่งผลไปถึงผู้ใช้รถ ใช้ถนนคนอื่น พลอยได้รับผลกรรมเหล่านี้ไปด้วย ดังนั้นผู้ขับขี่จะต้องไม่ดื่มเครื่องดื่ม ที่ทำให้มึนเมา หรือมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เนื่องจากจะทำให้ ผู้ที่ดื่มแล้วขับ มีโอกาสเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ เสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูง เนื่องจากแอลกอฮอล์ จะทำให้ความสามารถในการขับรถลดลง การตัดสินใจ และการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน จะช้าลงกว่าปกติ สายตาจะพร่ามัว จึงเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุทางถนน
  • เร็วไม่ขับ การขับขี่ด้วยความเร็ว นับเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิด อุบัติเหตุจราจรสูง เนื่องจากความเร็วที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลต่อระยะการหยุดรถ และหากประสบอุบัติเหตุแรงปะทะ ณจุดเกิดเหตุจะเพิ่มสูงขึ้น ผู้ขับขี่จึงควรขับรถในอัตรา ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด (ถนนระหว่างเมือง) คือ 60 ถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับรถบรรทุก รถพ่วง รถบรรทุกหนัก และ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับรถอื่นๆทั่วไป  อัตราความเร็วบนทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) 80 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับรถบรรทุก รถพ่วง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับรถทั่วไป
  • โทรไม่ขับ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันบ้านเรา จะออกกฎหมายให้ผู้ขับขี่ สามารถใช้โทรศัพท์พูดคุย ด้วยอุปกรณ์เสริมอย่าง แฮนด์ฟรี Small Talk แต่เชื่อหรือไม่ว่า การใช้โทรศัพท์มือถือในขณะขับรถ มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุมากกว่า การขับขี่ในเวลาปกติ หลายเท่าตัว เพราะขณะที่คุยโทรศัพท์ สมาธิของผู้ขับขี่ ไม่ได้อยู่ที่การขับรถ จะอยู่กับบทสนทนา เมื่อเกิดเหตุการณ์คับขัน จึงไม่สามารถหยุดรถได้ทัน เนื่องจากปฏิกิริยาในการตอบสนอง จะช้ากว่าปกติ หากมีความจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ ในขณะขับรถควรจอดข้างทาง พูดคุยจะให้ความปลอดภัย แก่ผู้ขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนน ไม่ปลอดภัยไม่ขับ บ่อยครั้งที่ได้ยินข่าวอุบัติเหตุ ตามท้องถนนเช่น หัวกระแทกพื้น หัวกระแทกกระจก ผู้โดยสารกระเด็นออกจากตัวรถ สาเหตุหลักเกิดจากผู้ขับขี่ และผู้โดยสารขาดความระมัดระวัง ไม่สวมใส่เครื่องป้องกันความปลอดภัย หรือไม่ปฏิบัติตามหลักความปลอดภัย
    รถจักรยานยนต์ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ ควรสวมใส่หมวกกันน็อคเพื่อป้องกัน ไม่ให้สมองได้รับความกระทบกระเทือน เมื่อเกิดอุบัติเหตุ
    รถยนต์ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถยนต์ ในทุกที่นั่งจะต้องรัดเข็มขัดนิรภัย หากเกิดการชนเข็มขัดนิรภัย จะช่วยป้องกันไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ อันเนื่องมาจากการกระแทก การใช้งานเข็มขัดนิรภัยนั้น จะต้องใช้ให้ถูกวิธี โดยเฉพาะเด็กควรที่จะมี เบาะนิรภัยสำหรับเด็ก ที่เหมาะสมกับขนาดและรูปร่างของเด็ก

 

 

  • อารมณ์ไม่ดีไม่ขับ อารมณ์เป็นอีกสิ่งหนึ่งสำคัญ ต่อการขับรถ เราจะสังเกตเห็นว่า ขณะอารมณ์ดีนั้นการขับ ค่อนข้างเป็นไปอย่างนุ่มนวล แต่หากอารมณ์เสียจากเหตุการณ์รอบตัว อย่างเช่น มีรถขับปาดหน้า มีสุนัขวิ่งตัดหน้า เจ้านายด่า ทะเลาะกับแฟน การขับขี่ของเราก็จะขาดประสิทธิภาพ ขับรถด้วยความรุนแรง เช่น เลี้ยวรถอย่างเร็ว เหยียบคันเร่งอย่างเร็ว ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ อาจเป็นไปโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากสภาพจิตใจ เหลือลงในตอนนั้นไม่ดี ดังนั้นหากรู้ตัวว่าอารมณ์ไม่ดี จนไม่สามารถควบคุมสติได้ ก็ควรจอดรถเพื่อระงับอารมณ์ สูดลมหายใจลึกๆ ก่อนออกรถ

 

นอกจากนี้การโดยสาร เฉพาะห้องโดยสาร ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งแห่งความปลอดภัย เพราะอุบัติเหตุหลายครั้ง ผู้เสียชีวิตมักเป็นผู้ที่นั่ง อยู่นอกห้องโดยสาร ทำให้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ผู้โดยสารกระเด็นออกจากรถ กระแทกพื้นหรือวัตถุอื่นๆเสียชีวิต เห็นดังนี้แล้ว เวลาเพื่อนๆขับรถ ก็ไม่ควรประมาทเลย สักวินาทีนะครับ ถ้ารู้ว่าเราจะขับรถ ก็ควรเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อม อยู่เสมอนะครับ

เรียบเรียงโดย http://iplaynew.com