7 เรื่องที่เจ้าของรถควรรู้ เวลาชนแล้วไม่ต้องหนี ถ้าคุณหนี ถือว่าคุณผิดไปแล้วมากกว่า 70%

เรื่องราวดีๆ มากมาย สามารถบอกต่อกันได้
บทความรถยนต์ที่น่าสนใจ

7 เรื่องที่เจ้าของรถควรรู้  เวลาชนแล้วไม่ต้องหนี

ในปัจจุบันรถยนต์ถือว่าเป็นอีกหนึ่งส่วนที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันไปแล้วและต้องบอกว่าในปัจจุบันมีคนใช้รถยนต์ส่วนตัวกันเป็นจำนวนมากเริ่มตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงผู้สูงอายุ    ซึ่งเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ทำ ประกันภัยรถยนต์ แต่ก็ไม่รู้ในเรื่องของการคุ้มครองหรือสิทธิอะไรบ้าง แต่ก็มีบางส่วนของผู้ขับขี่รถยนต์ที่อยากจะศึกษาเรื่องประกันรถ แต่พออ่านไปอ่านมาก็ไม่เข้าใจก็เลยไม่อ่าน  ฯลฯ  ด้วยเหตุหลายๆเหตุผลทำให้หลายคนที่ประสบอุบัติเหตุจึงขับรถหนี เพราะไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไง ประกันจะคุ้มครองหรือเปล่า  เราเองก็เป็นคนหนึ่งขับขี่รถยนต์ที่ได้ศึกษาเกี่ยวกับกรมธรรม์พื้นฐานด้วยตัวเอง  จึงอยากจะเอาความรู้เล็กๆน้อยจากการศึกษา ประกันภัยรถยนต์มาบอกต่อ  เพื่อที่จะได้เป็นประโยชน์กับใครหลายๆคนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ  โดยเริ่มจาก

  1. ในเรื่องของกรมธรรม์ ประกันภัยรถยนต์ กรมธรรม์จะมีผลทันที เมื่อผู้เอาประกันชำระเบี้ยประกันให้กับบริษัทประกัน และในกรณีที่รถยนต์ของเราเกิดความเสียหาย   โดยไม่มีสามารถซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้ บริษัทจะต้องจ่ายเงินให้ผู้เอาประกันภัยเต็มจำนวน และรถของเราหรือรถคันนั้นก็จะตกเป็นทรัพย์สินของบริษัทที่จ่ายประกันทันที
  2. ส่วนในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแล้วที่ไม่มีคู่กรณีจะจ่ายเพียง 1000 บาทเท่านั้น แต่ถ้าเป็นในกรณีที่คนอื่นขับไปทำให้เกิดความเสียหายต้องจ่ายเป็นจำนวนเงิน 6000 บาท และเมื่อนำรถไปซ่อม  ที่ต้องจ่ายเงินค่าอะไหล่เพิ่ม  ผู้เอาประกันภัยรถยนต์สามารถเรียกร้องเงินราคาการประเมิน   เพื่อนำไปจัดการซื้อหาอะไหล่เอง ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไหล่แท้หรือไม่
  3. เมื่อภายในรถของเราติดตั้งระบบก๊าซ NGV หรือ LPG เจ้าของรถหรือเราเองมีหน้าที่ที่จะต้องแจ้งให้กับทางบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่เราทำให้ทราบเกี่ยวกับการติดตั้งระบบ เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ รถของเราหรือรถที่เอาประกันเป็นฝ่ายผิด ความคุ้มครองที่จะได้รับจากการทำประกันอาจไม่สมบูรณ์ก็ได้
  4. ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขับรถชน แล้วไม่มีคู่กรณีไม่มีประกันภัยรถยนต์ และรถของเราเป็นฝ่ายถูก  เราก็จำเป็นที่จะต้องตรวจสอบด้วยการโทรไปสอบถามที่บริษัทว่าในกรณีดังกล่าว รถของเรานั้นเป็นฝ่ายถูกจริงหรือไม่ เพื่อประโยชน์ของเราเอง  ส่วนเวลาที่ทำการเคลื่อนย้ายรถ ที่เกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุและต้องการนำไปซ่อมที่อู่ซ่อมรถ  การเคลื่อนย้ายดังกล่าวถือว่าเป็นหน้าที่ของบริษัทประกัน   แม้กระทั่งในกรณีที่ต้องย้ายไปที่โรงพัก หรือที่ใดก็ตาม
  5. ในกรณีเกิดการเฉี่ยวชน ซึ่งไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์นั้นว่าเราเป็นคนผิดหรือถูก  เราไม่จะเป็นที่จะต้องเซ็นรับในใบเคลม เนื่องจากไม่มีในข้อกฎหมายระบุเอาไว้ แต่เป็นส่วนของหน้าที่ของบริษัทประกันภัยรถยนต์ทำประกันเอาไว้
  6. เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือรถชน และเราเป็นฝ่ายผิด อย่าคิดหนีเป็นอันขาด เราจะต้องทำการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่าเต็มที่และถ่ายรูปเก็บเอาไว้ เนื่องจากทำเช่นนี้จะสามารถใช้ในส่วนของคดี เพราะศาลจะพิจารณาจากหลักฐานว่าเรามีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น   จากนั้นบางทีโทษทางอาญาอาจจะลดลงแค่เหลือลงอาญาและตกลงในเรื่องของค่าเสียหายได้
  7. กรณีที่ประกันภัยรถยนต์จะไม่ให้คุ้มครองรถ คือ ความเสียหายที่เกิดจากขณะที่รถถูกลากจูง ในกรณีที่ขณะขับรถมีแอลกอฮอร์ในปริมาณเลือดมากกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น   กรณีที่ขับรถยนต์โดยไม่มีใบขับขี่ เว้นแต่ในกรณีที่ทำประกันภัยรถยนต์ประเภทสอง ที่ระบุชื่อคนขับและความเสียหายนั้น

เห็นหรือยังค่ะว่าถึงแม้จะเกิดอุบัติเหตุ  หากเราทำประกันภัยรถยนต์ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องน่ากังวลอีกต่อไป  แต่อย่างไรก็ดีเราเองก็จะต้องศึกษาในเรื่องของกรมธรรม์ที่เราซื้อมาด้วยเช่นกันนะค่ะ  เพื่อผลประโยชน์ของตัวเราเอง และต่อไปนี้หากเกิดอุบัติเหตุก็ไม่ต้องหนีอีกต่อไปแล้วนะค่ะ