แบตเตอรี่ และการบำรุงรักษาทำอย่างไรให้ใช้งานได้ยาวนาน ฉบับ 2018

แบตเตอรี่ และการบำรุงรักษาทำอย่างไรให้ใช้งานได้ยาวนาน

แบตเตอรี่ เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานที่สำคัญของรถยนต์ในการจ่ายไฟให้แก่อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆในรถยนต์การจ่ายกระแสไฟฟ้านี้จะทำในขณะที่รถยนต์ออกไปทำงานเมื่อสตาร์ทรถเครื่องยนต์ทำงานแบตเตอรี่ก็จะตัดการจ่ายไฟฟ้า กลับมาเก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ในตัวเองทดแทนพลังงานที่สูญเสียไปการที่แบตเตอรี่จ่ายกระแสไฟฟ้าได้ ก็เพราะปฏิกิริยาทางเคมีภายในหม้อแบตเตอรี่นั่นเอง

เมื่อแบตเตอรี่ใช้งานไปเรื่อยๆจะมีปัญหาคือน้ำยาอีเล็กโตไลท์หรือน้ำกลั่นบริสุทธิ์ที่มีอยู่ในแบตเตอรี่ลดลงไป ต่ำกว่าระดับที่ถูกต้องทั่วไปจึงต้องมีการเช็คอยู่ประจำ ถ้าน้ำกลั่นที่เติมอยู่ในหม้อแบตเตอรี่ ลดลงแล้วไม่ได้เติม ลงไปทดแทนจะทำให้รถ สตาร์ทติดยากเพราะไฟไม่พอแล้วจะทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ใบนั้นมีอายุสั้นลงกว่าที่ควรจะเป็น

การดูระดับน้ำกลั่นแบตเตอรี่ที่เป็นฝาสีเหลืองทั้ง 12 ฝาไปเปิดดูทั้ง 12 ฝาว่าระดับน้ำกลั่นลดลงไปจนไม่ท่วมแผ่นทองแดงหรือไม่ ถ้าท่วมนั้นจะต้องอยู่ในระดับเหนือแผ่นทองแดงประมาณ 10 ถึง 15 มิลลิเมตร

ในส่วนของน้ำกลั่นนั้นควรเป็นน้ำกลั่นบริสุทธิ์ที่ใช้เติมกับแบตเตอรี่โดยเฉพาะอาจจะใช้น้ำประปาที่สะอาดแทนได้ในกรณีที่หาไม่ได้จริงๆแต่ไม่แนะนำดังนั้นควรใช้น้ำกลั่นเติมแบตเตอรี่ ซึ่งจะมีขายเป็นขวดพลาสติกมีฝาจุกสำหรับการเติมหาซื้อได้ตามปั๊มน้ำมันหรือร้านที่ขายแบตเตอรี่

แบตเตอรี่

ปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่รถยนต์

แบตเตอรี่มีไฟไม่เต็ม

  1. ลักษณะของการขัดข้อง

ถ้าคุณรู้สึกเหมือนแบตเตอรี่จะมีไฟอ่อนมากสตาร์ทเครื่องให้ติดได้ยากมากๆตอนเช้าๆ

  1. สาเหตุสำคัญของการขัดข้อง

2.1 ระบบเยนเนอเรเตอร์ไม่ทำงาน

  • สายพานพัดลมหลวมหรือเปื้อนน้ำมันเครื่อง
  • ไดนาโมเสีย
  • เรกูเลตอร์เสีย

2.2 การอัดไฟเป็นไปตามปกติ แต่ไฟไม่เต็มแบตเตอรี่

  • แบตเตอรี่เก่ามาก
  • ไฟรั่วจากแบตเตอรี่

3. การตรวจหาสาเหตุของการขัดข้องและการซ่อมแซมยามฉุกเฉิน

อาการบางอย่างที่แสดงให้รู้ว่าแบตเตอรี่ไฟอ่อน คือ เมื่อสตาร์ทเครื่องมอเตอร์สตาร์ทหมุนช้าๆแต่ไม่ค่อยดังโครมไฟหน้าไม่สว่างและมีสีแดงปนน้ำตาล ตรวจสอบไฟหน้าโดยไม่ต้องสตาร์ทเครื่อง ให้ตรวจสอบดังต่อไปนี้

3.1 การทำงานของระบบกำเนิดไฟขัดข้อง ถ้าระบบกำหนดไปขัดคองก็เป็นธรรมดาที่แบตเตอรี่จะไม่ได้รับไฟอาจเพิ่มเติมขึ้นมาการตัดไฟจะเป็นไปตามปกติหรือไม่ดูได้จากแอมมิเตอร์หรือไฟสัญญาณแสดงว่าอัดไฟดังต่อไปนี้

  • สตาร์ทเครื่องแล้วเร่งให้หมุนเร็ว กว่าตอนเครื่องเดินช้าสักเล็กน้อยถ้าเข็มของแอมมิเตอร์ไม่ชีไปทางบวกหรือสัญญาณไฟไม่ดับ ก็เป็นที่แน่นอนว่าไฟไม่ชาร์จ จะต้องมีการขัดข้องที่แห่งใดแห่งหนึ่งในระบบกำเนิดไฟ ให้ตรวจสอบดังนี้
  1. สายพานหย่อนหรือเปื้อนน้ำมันเครื่องหรือไม่ ถ้าสายพานหย่อนรอบของเยนเนอเรเตอร์จะต่ำมากจนไม่สามารถอัดไฟเข้าแบตเตอรี่ได้เพียงพอ ในกรณีนี้ให้ตั้งสายพานให้ตึง เนื่องจากสายพานลื่น เมื่อเปื้อนน้ำมันเครื่องผลจะเป็นดังข้างต้น ทำการเช็ดคราบน้ำมันให้หมดด้วยผ้าขี้ริ้วแห้ง
  2. ไดนาโมและเลกูเลตอร์ทำงานเป็นปกติหรือไม่ ถ้าหาข้อเสียหายไม่พบ เมื่อตรวจสอบดังข้างบนในกรณีนี้จะซ่อมแซมได้ยากให้ส่งรถไปให้อู่ซ่อม

3.2 ถ้าแบตเตอรี่ยังอัดไฟไม่เข้าทั้งทั้งที่ระบบไฟไม่เสียจงตรวจสอบดังต่อไปนี้

  1. แบตเตอรี่ หมดอายุหรือเปล่า มาตรการในการตัดสินว่าแบตเตอรี่หมดอายุแล้วมีดังนี้ถ้าสามารถกลับไปให้เต็มได้เร็วและไฟหมดเร็วหมายความว่าแบตเตอรี่เก่ามาก ถ้าเป็นที่แน่นอนว่าแบตเตอรี่เก่ามากขอแนะนำให้เปลี่ยนเสียใหม่อายุของแบตเตอรี่มีเพียง 2 ถึง 3 ปีเท่านั้นสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่อายุสั้นลงคือ
  • ระดับน้ำอยากได้แบตเตอรี่ต่ำเกินไป
  • ไม่ได้ใช้น้ำกลั่นเท่านั้นในการเติมแบตเตอรี่
  • ทิ้งแบตเตอรี่เอาไว้ไม่ใช้เป็นเวลานาน
  • อัดไฟมากเกินไปหรือทิ้งไว้ให้ไฟอ่อนเกินไป

ฉะนั้นจึงเป็นการสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องบำรุงรักษาแบตเตอรี่ให้ดีเพื่อให้มันมีอายุทนทานยาวนาน

  1. ไฟรั่วจากหม้อแบตเตอรี่หรือไม่ ถ้ามีไฟรั่วเพราะสายไฟบางตอนลัดวงจรลงดินหรือเนื่องจากเหตุผลอื่นที่ทำให้แบตเตอรี่เก็บไฟไม่ได้ให้ตรวจไฟรั่วดังต่อไปนี้
  • ปิดสวิตช์ไฟให้หมดถ้ามีนาฬิกาไฟฟ้าถอดฟิวส์ออกจากวงจรเสียด้วย
  • ถอดสายดินที่ต่อกับขั้วแบตเตอรี่
  • เอาปลายสายที่ที่ถอดไว้แตะขั้วแบตเตอรี่แล้วดึงออกอย่างรวดเร็ว
  • ถ้ามีประกายไฟเกิดขึ้นก็เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นได้ชัดว่ามีไฟรั่วในกรณีนี้ให้ส่งรถไปให้อู่ซ่อม
  • ถ้าไม่มีประกายไฟเกิดขึ้นหมายความว่าไม่มีไฟรั่วออกจากแบตเตอรี่

น้ำยาในแบตเตอรี่แห้งเร็วเกินไป

  1. ลักษณะของการขัดข้อง

ระดับน้ำยาในแบตเตอรี่ลดต่ำลงเร็วเมื่อเปรียบเทียบกับรถของคนอื่นแล้วต้องเติมน้ำกันบ่อยครั้งกว่ามาก

  1. สาเหตุสำคัญของการขัดข้อง

2.1 น้ำยารั่ว

2.2 อัดไฟแบตเตอรี่มากเกินควร

  1. วิธีตรวจหาสาเหตุและการแก้ไขยามฉุกเฉิน

3.1 น้ำยาในแบตเตอรี่รั่วหรือไม่

เมื่อมีรอยแตกที่ตัวแบตเตอรี่และน้ำยารั่วออกมาตามรอยแตกในกรณีนี้ควรจะเปลี่ยนแบตเตอรี่

3.2 ไฟแบตเตอรี่มากเกินควรหรือไม่

เมื่อมีการอัดไฟแบตเตอรี่มากเกินไปอุณหภูมิของแบตเตอรี่จะขึ้นสูงมากกว่าปกติช หรือไม่อย่างนั้นแล้วน้ำยาก็จะล้นออกและน้ำยาในแบตเตอรี่จะลดลงเร็วนอกจากนั้นหลอดไฟต่างๆจะขาดได้ง่ายและผิวของหน้าท้องขาวของการจ่ายไฟมักจะถู เมื่อมีการอัพไฟแบตเตอรี่มากเกินไปอุณหภูมิของแบตเตอรี่จะขึ้นสูงมากกว่าปกติหรือไม่เชียงคานน้ำยาก็จะหลุดออกและน้ำยาในแบตเตอรี่จะลดลงเร็วนอกจากนั้นหลอดไฟต่างๆจะขาดได้ง่ายและผิวของหน้าท้องขาวของการจ่ายไฟมักจะขรุขระ

สาเหตุของการอัดไฟมากเกินไปมาจากการติดตั้งโวลเตจของเรกูเลเตอร์ของระบบไฟชาร์จไม่ถูกต้องได้จากการติดตั้งที่ถูกต้องจะต้องอาศัยมิเตอร์วัด ฉะนั้นจึงต้องนำรถไปให้อู่ติดตั้ง

เรียบเรียงโดย : http://iplaynew.com